เราควรสอนการเมืองในสถานศึกษา

Share the Post:
วรรณดี สุทธินรากร 25 กรกฎาคม 2568
นักคิดกล่าวไว้ว่า “การเมืองเป็นเรื่องของอำนาจ” แน่นอนว่าผู้คนที่ใช้ชีวิตในสังคมต่างอยู่ในโลกของความสัมพันธ์ ความสัมพันธ์เชิงอำนาจจึงมีทั้งมิติทางสังคมและมิติทางการเมือง การที่คนเราอยู่ร่วมกันต่างมีความสัมพันธ์เชิงอำนาจในทุกบทบาทตั้งแต่ตัวตน ครอบครัว และการเป็นส่วนหนึ่งของสังคม ซึ่งล้วนเป็นเรื่องราวในชีวิตประจำวัน ความสัมพันธ์เชิงอำนาจที่เราไขว่หาคือความสัมพันธ์ในแนวราบหรือความสัมพันธ์ที่เป็นประชาธิปไตย การสร้างสังคมประชาธิปไตยจึงอยู่ในทุก ๆ บทบาทที่มนุษย์มีความสัมพันธ์ต่อกัน

การเมืองระดับประเทศที่สังคมไทยใช้หลักของการเลือกตัวแทนไปทำหน้าที่ถูกตั้งคำถามมากขึ้นทุกวันว่าจะครอบคลุมความเป็นประชาธิปไตยหรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อประชาชนถูกกำหนดบทบาทให้ทำหน้าที่แค่ “เลือกตั้ง” หลังจากนั้นตัวแทนอาจไม่ได้ทำหน้าที่ตามประสงค์ของประชาชนอีกต่อไป ความคับข้องใจจากการถูกตัดขาดการมีส่วนร่วมทำให้ผู้คนท้อถอย บางคนไม่ไปเลือกตั้งเพราะไม่เชื่อถือในวิถี การเมืองที่ถูกผูกขาดโดยตัวแทนจึงเป็นเรื่องที่ยากจะรับได้ คำถามที่เกิดขึ้นแล้วเราจะทำอย่างไรต่อไป

การศึกษาจึงควรมีบทบาทจัดการเรียนรู้เรื่องการเมืองในชีวิตประจำวัน และชีวิตในทางสังคม ซึ่งการเปิดพื้นที่ของการเรียนรู้ทำให้บุคคลได้ฝึกฝนการแสดงความคิดอย่างสร้างสรรค์ ยอมรับความเห็นต่างอย่างมีเหตุผล และแสวงหาทางออกอันนำไปสู่สิ่งที่ดีกว่าร่วมกัน ในสถานการณ์ปัจจุบันคนหนุ่มสาว และคนในสังคมให้ความสนใจในเรื่องการเมืองมากขึ้น การฝึกฝนการเรียนรู้จึงเป็นสนามสำคัญของระบบประชาธิปไตย การเมืองไม่ใช่แค่เรื่องของพรรคหรืออำนาจ แต่คือเรื่องของ “ความสัมพันธ์ในสังคม” และ “วิธีที่เราจะอยู่ร่วมกันในความต่าง” ซึ่ง การศึกษาคือพื้นที่สำคัญที่ต้องกล้าพูดถึงการเมืองอย่าง “สร้างสรรค์” และ “ปลอดภัย”

“เราจะไม่ทำให้การเมืองเป็นของต้องห้ามในห้องเรียน
แต่เราจะทำให้ห้องเรียนเป็นที่ที่การเมืองไม่กลายเป็นความเกลียดชัง”

แนวทางการสอน “การเมืองอย่างสร้างสรรค์” ในบริบทที่เปราะบาง

1. เริ่มจากความหมายของ “การเมือง” ที่ลึกกว่าการเลือกตั้ง ชวนผู้เรียนเข้าใจว่า การเมืองไม่ใช่แค่เรื่องพรรคหรือผู้มีอำนาจ แต่คือการตัดสินใจร่วมกันในฐานะพลเมือง เช่น จะใช้งบประมาณพัฒนาชุมชนอย่างไร
เด็กมีสิทธิพูดหรือไม่ในโรงเรียน ใครคือคนตัดสินใจเรื่องสิ่งแวดล้อมในชุมชน การเมืองเริ่มที่ตัวเรา ไม่ใช่แค่ที่รัฐสภา

2. สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ทุกความคิดสามารถ “พูดออกมา” ได้ ไม่ตัดสินว่าใครถูกหรือผิดทันที นำเทคนิคที่หลากหลายมาช่วย เช่น การฟังอย่างเห็นคุณค่า (appreciative listening) การออกแบบกิจกรรมที่ ให้เหตุผล ไม่ใช่ปะทะความเชื่อ เช่น เกมจำลอง “ถกเถียงเชิงเหตุผล” โดยไม่ต้องใช้ชื่อพรรค โครงการ “โรงเรียนจำลองรัฐสภา” ที่เน้นกระบวนการมากกว่าผลลัพธ์

3. ใช้ “เรื่องเล่า” แทนการบรรยาย เล่าเรื่องคนที่ใช้พลังทางการเมืองอย่างสร้างสรรค์ เช่น นักเรียนที่เรียกร้องห้องน้ำที่เท่าเทียม ชาวบ้านที่รวมตัวปกป้องป่า สู่การเมืองที่มาจากชีวิต ทำให้เด็กเห็นว่า เขาก็เป็น “นักการเมือง” ได้ในชีวิตจริง

4. ชวนวิเคราะห์ ไม่ชวนบอกว่า “อะไรคือความจริง” ใช้สื่อหลายมุมมอง เช่น ข่าวจากแหล่งต่าง ๆ ให้ผู้เรียน “เปรียบเทียบมุมมอง” แทนที่จะเลือกข้าง ใช้แนวทางการคิดแบบมีวิจารณญาณ (critical thinking) และ การเท่าทันสื่อ (media literacy) คำถามสำคัญไม่ใช่ “คุณเชื่อใคร” แต่คือ “คุณวิเคราะห์อย่างไร”

5. ยึดหลัก “พลเมืองประชาธิปไตย” ไม่ใช่ “ผู้สนับสนุนฝ่ายใด” ครูไม่จำเป็นต้องซ่อนตัวตนทางการเมือง แต่ครูต้องเป็นแบบอย่างของ การยืนในความเคารพต่อความคิดต่าง สอนให้นักเรียนไม่ใช่แค่ “รักประชาธิปไตย” แต่ “ใช้มันอย่างรับผิดชอบ”

“ในห้องเรียนของเรา เด็กไม่จำเป็นต้องมีความคิดเดียวกัน แต่ต้องรู้จักอยู่ร่วมกับความคิดที่แตกต่าง
เพราะนั่นคือหัวใจของการเมืองในสังคมประชาธิปไตยที่แท้จริง”

ตัวอย่างชื่อกิจกรรม

  • “การเมืองของชีวิตฉัน” (เขียน mind map ว่าอะไรคือเรื่องการเมืองในชีวิตประจำวัน)
  • “ถกกันเถอะ” (debate ประเด็นสังคมโดยไม่เอ่ยชื่อฝ่าย)
  • “ใส่รองเท้าคนอื่น” (เล่นบทบาทคนที่มีความเห็นต่าง แล้วเขียน reflection)
  • “ถอดรหัสข่าว” (เทียบข่าว 3 สำนัก วิเคราะห์ bias)

“การเมืองอาจเปราะบางในสังคมภายนอก แต่ห้องเรียนควรเป็นที่ที่เด็กกล้าเรียนรู้
การอยู่ร่วมกันในความต่าง อย่างงดงามที่สุด”

Related Posts

ผู้บริหารและที่ปรึกษาอิสระของบริษัท เวย์ไฟน์ดิ้ง จำกัด ได้รับเกียรติเชิญร่วมเป็นวิทยากรในหลักสูตรพัฒนาทักษะผู้นำการบริหารด้านการสาธารณสุขปฐมภูมิ

ระหว่างวันที่ 7 มิถุนายน – 27 กรกฎาคม 2567 ผู้บริหารและที่ปรึกษาอิสระของบริษัท เวย์ไฟน์ดิ้ง จำกัด ได้รับเกียรติเชิญให้ร่วมเป็นทีมวิทยากรในหลักสูตร “Leaderships in Primary Care Management” ซึ่งจัดโดยภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ โดยมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างศักยภาพผู้นำหน่วยบริการปฐมภูมิให้สามารถขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบได้อย่างยั่งยืน

ผู้เข้าอบรมจำนวน 30 คน มาจากโรงพยาบาลในเขตสุขภาพที่ 4 (ภาคกลาง) และได้รับการส่งเสริมให้พัฒนานวัตกรรมบริการสุขภาพในบริบทพื้นที่ของตนเองผ่านกิจกรรมเวิร์คชอป Design Thinking การโค้ชรายกลุ่ม และการทดลองนำเสนอแนวคิดต้นแบบ (Prototype) เพื่อการใช้จริงในระบบบริการสุขภาพ

กิจกรรมอบรมดังกล่าวสิ้นสุดด้วยงานนำเสนอผลงานนวัตกรรมในวันที่ 27 กรกฎาคม 2567 ณ โรงแรมจันทรารีสอร์ท จังหวัดนครนายก โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายสาขาร่วมรับฟังและให้ข้อเสนอแนะ ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการเสริมสร้างผู้นำท้องถิ่นด้านสุขภาพให้มีความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงในยุคของระบบสุขภาพที่ต้องการการจัดการเชิงรุกและยั่งยืน

Read More

ผู้บริหารบริษัทเวย์ไฟน์ดิ้ง ได้รับเชิญเป็นวิทยากรพิเศษ ถ่ายทอดแนวคิด “Innovative Entrepreneurship” ให้นิสิตบัญชี ม.เกษตรฯ

เมื่อวันที่ 4 และ 5 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา คณะบริหารธุรกิจ ภาควิชาบัญชี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้รับเกียรติจาก นพ.วุฒิพงษ์ ทองนุ้ย ผู้บริหารและผู้ก่อตั้งบริษัทเวย์ไฟน์ดิ้ง หนึ่งในองค์กรที่มุ่งเน้นนวัตกรรมและการสร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่ มาร่วมบรรยายในหัวข้อ “Innovative Design in Entrepreneurship” ภายใต้รายวิชา “สัมมนาทางการบัญชี” ซึ่งเปิดสอนในภาคต้น ปีการศึกษา 2568

การบรรยายดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางการเรียนการสอนที่มุ่งเน้นให้นิสิตได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรงของผู้ประกอบการจริง โดยเนื้อหาครอบคลุมแนวคิดการออกแบบนวัตกรรมทางธุรกิจ การสร้างสรรค์แนวทางการแก้ปัญหาที่ตอบโจทย์โลกธุรกิจยุคใหม่ ตลอดจนการบูรณาการองค์ความรู้ด้านบัญชีเข้ากับการเป็นผู้ประกอบการสมัยใหม่

นอกจากการบรรยายแล้ว ยังมีการอภิปรายเชิงลึกและกิจกรรม Workshop ที่เปิดโอกาสให้นิสิตได้ฝึกคิดเชิงนวัตกรรม แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และทดลองออกแบบไอเดียธุรกิจในเชิงปฏิบัติ ซึ่งช่วยเสริมสร้างทักษะการคิดวิเคราะห์ การทำงานเป็นทีม และการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์

การเชิญผู้บริหารจากภาคเอกชนที่มีประสบการณ์ตรงเช่นนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของคณะบริหารธุรกิจ ม.เกษตรศาสตร์ ในการพัฒนานิสิตให้เป็นผู้นำทางวิชาชีพที่มีคุณธรรม พร้อมต่อการเปลี่ยนแปลง และสามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อขับเคลื่อนสังคมและเศรษฐกิจไทยต่อไปในอนาคต

Read More